SLE-Disease

โรคเอสแอลอีดูแลตัวเองอย่างไรโรคจะไม่กำเริบ

โรคลูปัส หรือ SLE (Systemic lupus erythematosus) เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองเรื้อรัง ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันโจมตีเซลล์ที่มีสุขภาพดี รวมถึงเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ เป็นที่รู้กันดีว่ามันส่งผลกระทบต่ออายุขัยของผู้ป่วย มีประชากรมากกว่า 5 ล้าน คนทั่วโลกเป็นผู้ที่เป็นโรคนี้ โดยเฉพาะผู้หญิงที่คิดเป็นประมาณ 90% ในขณะที่โรคเอสแอลอีนั้นอาจเป็นสาเหตุของความรู้สึกไม่สบายที่เกิดขึ้น แต่โดยทั่วไปแล้วเราสามารถจัดการมันได้ ด้วยการรักษาที่เหมาะสมและการติดตามผลทางคลินิก บ่อยครั้งที่ผลสำรวจประเมินว่า 80 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์จะมีอายุขัยเหมือนคนปกติ ผลกระทบของโรคเอสแอลอีขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค บางคนที่มีอาการผื่นแพ้ขั้นรุนแรงอาจมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นเอสแอลอีที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต มันสามารถส่งผลกระทบไปเกือบทุกส่วนของร่างกาย อาจทำให้มีภาวะแทรกซ้อน หรือเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตของผู้ป่วย เอสแอลดีที่พบได้บ่อยมักเกิดกับสมอง ระบบประสาท หัวใจ ปอด และระบบไหลเวียนโลหิต วิธีรับมือกับเอาแอลอี ในขณะที่หลายคนที่มีอายุขัยปกติ มันเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำให้แน่ใจว่าพวกเขารักษาให้มันคงเป็นแบบนั้นได้ตลอดไป การอยู่ใช้ชีวิตกับโรคนี้นั้นเป็นเรื่องที่ท้าทาย ยาบางชนิดที่รักษาโรคสามารถทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมา การใช้ชีวิตกับสุขภาพชีวิตที่ดีเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องได้รับการชี้นำจากแพทย์ ในขณะที่ยาเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมโรคเอสแอลอี สำหรับผู้ป่วยสามารถทำตามขั้นตอนเหล่านี้เพื่อจัดการกับอาการและปรับปรุงคุณภาพชีวิต เพื่อที่จะยืดอายุขัยของพวกเขาไปให้นานขึ้นกว่าเดิม 1.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สิ่งนี้จะช่วยลดความฝืดของกล้ามเนื้อ ป้องกันโรคกระดูกพรุน บรรเทาความเครียด ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันหัวใจ 2.เลิกสูบบุหรี่ สิ่งนี้สามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อ หัวใจวาย ลดความเสี่ยงของโรคปอดบวม หลอดลมอักเสบและโรคหลอดเลือดหัวใจ 3.พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนจะช่วยลดความเหนื่อยล้า …

Posted in สาระความรู้ | Comments Off on โรคเอสแอลอีดูแลตัวเองอย่างไรโรคจะไม่กำเริบ
Parkinson-disease

โรคพาร์กินสัน รู้ก่อนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า

พาร์คินสันหรือ “PD” เป็นโรคที่เกี่ยวโยงกับเซลล์ประสาท ซึ่งรับหน้าที่ในการควบคุมร่างกาย เซลล์ประสาทผลิตสารที่เรียกว่าโดปามีน โดยที่อาการของพาร์กินสันเริ่มขึ้นเมื่อเซลล์ประสาทตาย และระดับโดปามีนในสมองลดลง การขาดโดปามีนนั้นคิดว่าจะส่งผลให้เกิดอาการที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของร่างกาย เป็นการยากที่จะบอกว่าคุณหรือคนที่คุณรักเป็นโรคพาร์คินสัน เพราะหลายคนยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้มีอยู่มาก แต่การสังเกตว่าพวกเขาเข้าข่ายหรือไม่นั้น เราสามารถตรวจสอบได้เบื้องต้น ด้วยการสังเกตุอาการผิดปกติทั้ง 10 อย่าง ดังต่อนี้ 1.อาการมือเท้าสั่น อาการสั่นอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงโรคพาร์คินสันได้มากที่สุด การกระตุกหรือสั่นเล็กน้อยนิ้วมือหรือเท้าถือเป็นเรื่องปกติ คนที่มีอาการสั่นเหล่านี้มักจะอยู่ในระยะแรกของ PD อย่างไรก็ตามการสั่นจะแย่ลง และสังเกตเห็นได้ชัดเจนขึ้นตามสุขภาพของร่างกาย 2.เขียนตัวหนังสือเล็กมาก การเปลี่ยนขนาดของลายมืออย่างกะทันหันอาจเป็นตัวบ่งชี้อาการเริ่มต้นของโรคพาร์กินสัน คนที่เป็น PD นั้นควบคุมการเคลื่อนไหวได้ยาก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสมอง สิ่งนี้ส่งผลกระทบทำให้ทักษะที่เคยทำได้ง่ายๆ กลายเป็นเรื่องที่ยากลำบากขึ้น เช่น การเขียนหนังสือ อาการเหล่านี้ปกติมักจะเรียกว่า “Micrographia” มันเป็นคำศัพท์ทางการแพทย์สำหรับ “คนที่มีลายมือขนาดเล็ก” ผู้ป่วยของพาร์กินสันมักจะมีลายมือที่เป็นหยัก ตัวอักษรมีแนวโน้มที่จะมีขนาดเล็กกว่าปกติ และคำที่มีระยะห่างก็ติดกันเกินไป บุคคลที่มี PD อาจเริ่มเขียนจดหมายด้วยลายมือปกติ แต่จะค่อยๆ เริ่มเขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กลงเรื่อยๆ 3.สูญเสียการได้รับกลิ่น หากคุณหรือใครก็ตามมีปัญหาในการรับกลิ่นอาหาร โดยเฉพาะกลิ่นกล้วย แตงกวา ดอกกระเทียม นี่ก็อาจเป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่เข้าข่าย ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด 4.นอนหลับยากมากขึ้น กลิ้งไปมาบนเตียงแต่ก็นอนไม่หลับ หรือนอนหลับได้ไม่เพียงพอ …

Posted in สาระความรู้ | Comments Off on โรคพาร์กินสัน รู้ก่อนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า
General-disease-news-site

ชนิดของโรคมีกี่ประเภท อะไรบ้าง ?

โรค คือ สภาวะผิดปกติไปไม่ว่าจะจากทั้งร่างกาย หรือ จิตใจของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดทั้งมวล รวมถึงมนุษย์ด้วย โดยทำให้การทำงานบางอย่างของร่างกายสูญเสียไป หรือ อาจก่อให้เกิดอันตรายในระดับต่างๆ มากมาย จวบไปจนถึงชีวิต นอกจากนี้โรค ยังหมายความถึง สภาวะการทำงานของร่างกาย อันก่อให้เกิดอันตรายแก่ตัวเอง โดยจะมีการแสดงออกมาเป็นอาการของโรคนั้นๆ ด้วยความผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่ง ประเภทของโรคสามารถ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่… ‘โรค’ ที่เกิดขึ้นมาในโลกนี้ มีมากมายหลายโรค บางโรคมีความร้ายกาจ หากแต่บางโรคก็สามารถหาได้ในระยะเวลาสั้นๆ เพราะฉะนั้นเพื่อการจำแนกอย่างเห็นได้อย่างง่าย จึงได้มีการจำแนกออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ… โรคติดต่อ หรือ โรคติดเชื้อ คือ โรคอันเกิดจากเชื้อโรค หรือ พิษของเชื้อโรคประเภทใดประเภทหนึ่ง ซึ่งสามารถถ่ายทอดจากคน – สัตว์ – แมลง โดยเป็นโรคติดต่อไปสู่คนปกติได้ จากทั้งทางตรง รวมทั้งทางอ้อม นอกจากนี้ยังรวมถึงเชื้อพาราสิตนานาชนิด ที่อาศัยพร้อมก่อกวนสุขภาพอยู่บนผิวหนัง เช่น หิด , เหา เป็นต้น โดยโรคที่เกิดขึ้นนี้ …

Posted in สาระความรู้ | Comments Off on ชนิดของโรคมีกี่ประเภท อะไรบ้าง ?
Cancer-news-site

ความรุนแรงโรคมะเร็งแบ่งเป็นกี่ระยะ

โรคมะเร็ง เกิดจากเซลล์ผิดปกติในร่างกายมนุษย์ เกิดการแบ่งตัวอย่างควบคุมการเจริญเติบโตไม่ได้ จัดเป็นอีกโรคที่มีความน่ากลัว โดยโรคมะเร็งมีความแตกต่างจากโรคอื่นๆ ตรงที่เกิดขึ้นรวมทั้งมีการแพร่กระจายของเชื้อซึ่งจะไม่แสดงอาการออกมาในระยะแรก จึงทำให้คนไข้ไม่อาจทราบได้เลยว่า ตัวเองกำลังมีเซลล์มะเร็งเติบโตอยู่ข้างใน จนกว่าอาการของโรคจะเกิดไปมากแล้ว หากแต่ก็ยังการแก้ไขได้ด้วยการตรวจสุขภาพอย่างละเอียด ในทุกปี ตามปกติทั่วไปแล้ว โรคมะเร็งสามารถแบ่งออกได้ เป็น 5 ระยะ โดยเริ่มตั้งแต่ระยะ 0 – 4 ตามความรุนแรงของโรค โรคมะเร็งระยะ 0 คือ โรคนี้ได้เกิดขึ้นแล้ว หากแต่ยังไม่ได้แพร่กระจายไปส่วนอื่น จึงเป็นระยะเริ่มต้นที่ยังสามารถรักษาได้ง่าย โรคมะเร็งระยะที่ 1 หรือ ระยะเริ่มต้น มะเร็งยังไม่ได้เจริญเติบโตหยั่งรากลึก ลงไปในเนื้อเยื่อใกล้เคียง อีกทั้งยังไม่ได้แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ โรคมะเร็งระยะที่ 2 – 3 เป็นระยะที่มะเร็ง แพร่กระจายไปยังเนื้อเยื่ออยู่ใกล้เคียง และสามารถกระจายไปจนถึงต่อมน้ำเหลืองได้ด้วย อาจเรียกได้ว่ายังไม่มีการแพร่กระจายรุนแรงเท่าไหร่นัก หากการแพร่กระจายของมะเร็งนี้ หมายถึงการที่เนื้อร้ายเจริญเติบโตพร้อมแพร่กระจาย ไปจนถึงบริเวณซึ่งอยู่ห่างจากแหล่งกำเนิด โรคมะเร็งระยะที่ 4 คือ มะเร็งมีการเจริญเติบโตไปมาก รวมทั้งมีการแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ของร่างกาย หรือลามไปยังอวัยวะอื่นๆ ภายในร่างกายมนุษย์ เพราะฉะนั้นในวงการทางการแพทย์ จึงมักเรียกว่าเป็น …

Posted in สาระความรู้ | Comments Off on ความรุนแรงโรคมะเร็งแบ่งเป็นกี่ระยะ