มาทำความเข้าใจกับโรคมะเร็งปากมดลูกว่าเป็นอย่างไร

มะเร็งในระยะแรกเริ่มนั้นมีเซลล์ที่ประกอบเป็นปากมดลูกจะประกอบไปด้วยเซลล์ (squamous cells and glandular) ซึ่งมะเร็งปากมดลูกนั้นส่วนใหญ่จะเกิดจากการที่เซลล์ทั้งสองชนิดนั้นมีการเปลี่ยนแปลง โดยการเปลี่ยนแปลงของเซล์นั้นจะค่อยๆเปลี่ยนจนทำให้เห็นเป็นลักษณะที่เรียกว่า (Precancerous) ซึ่งมีส่วนประกอบด้วยกันคือ squamous intraepithelial lesion (SIL) , cervical intraepithelial neoplasia (CIN) , and dysplasia.
    อาการของมะเร็งปากมดลูกนั้นในระยะเริ่มแรกจะไม่มีอาการอะไรเหมือนเป็นปกติทุกอย่าง แต่เมื่อเป็นมะเร็งแล้วจะทำให้มีเลือดออกมาหลังจากได้ร่วมเพศหรือเข้าการตรวจภายใน หรือมีตกขาว
อาการนั้นสังเกตได้ไม่ยากมีตามดังนี้
1. จะมีอาการตกขาวซึ่งอาจจะมีเลือดปนมาเป็นระยะ
2. จะมีอาการเจ็บเมื่อได้ทำการร่วมเพศ
3. จะมีเลือดออกมาแบบผิดปกติ เช่น หลังจากมีเพศสัมพันธ์เสร็จจะมีเลือดตามออกมาและยังมีเลือดออกมาหลังหมดประจำเดือนโดยที่เลือดนั้นจะออกมาเป็นระยะๆ และจะมีเลือดออกมาจากช่องคลอดหลังทำการตรวจภายในและประเดือนนั้นจะมานานผิดปกติ
    มะเร็งปากมดลูกนั้นการตรวจเริ่มแรกคือต้องเริ่มค้นหามะเร็งและทำการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ ซึ่งต้องทำก่อนที่จะเกิดอาการของโรค และรอการวินิจฉัยมะเร็งปากมดลูกแรกเริ่มนั้นโดยมากมาจากการตรวจปากมดลูกประจำปี ซึ่งทำการตรวจโดยแพทย์ตรวจภายในทั่วไป แพทย์จะทำการตรวจ ช่องคลอง,ท่อรังไข่,มดลูก,รังไข่ หลังจากนั้นแพทย์จะทำการใช้อุปกรณ์ถ่างช่องคลอดเพื่อทำ pap smear โดยการตรวจนั้นที่เหมาะสมในการตรวจภายในนั้นควรจะตรวจหลังจาก 10-20 วันหลังประจำเดือนวันแรกมาแล้ว และก่อนตรวจภายในก่อนสองวันไม่ควรที่จะใช้ ยาสอด หรือสวนลางยาฆ่า sperm ซึ่งปัจจุบันนั้นมีการรายงานผลจะใช้ Low หรือ High grade SIL มากกว่า class 1-5 ซึ่งโรคพวกนี้ควรที่จะปรึกษาแพทย์ให้เข้าใจพร้อมฟังคำอธิบายของแพทย์ให้ละเอียดโดยที่ผู้หญิงวัยเจริญพันธ์อายุ 18 ปีขึ้นไปควรที่จะทำการตรวจประจำปีอย่างสม่ำเสมอ

กลับสู่หน้าหลัก
ถัดไป